ส่วนหัวแบบฟอร์มล็อคอิน

ส่วนท้ายแบบฟอร์มล็อคอิน
เครื่องรางมาตราฐานทั้งหมด
ส่วนหัวของกรอบสถิติเว็บไซต์เครื่องรางไทย

ร้านค้าทั้งหมด :249 สินค้าทั้งหมด :11,055 ผู้ชมทั้งหมด :25,371,267 ผู้ชมวันนี้ทั้งหมด :1,532

ส่วนท้ายของกรอบสถิติเว็บไซต์เครื่องรางไทย
ส่วนหัวของกรอบแบนเนอร์
ปฏิทินงานประกวด
ส่วนท้ายของกรอบแบนเนอร์
ส่วนหัวของกรอบร้านค้าแนะนำ
ส่วนท้ายของกรอบร้านค้าแนะนำ
ส่วนหัวของกรอบรายการเครื่องรางมาตราฐานล่าสุด
ชื่อเครื่องราง :
แหวนนพสิทธิ์ฤทธิชัยมงคล รุ่น 2 เนื้อเงิน หยกออสเตรเลีย
ราคา :
มาใหม่
รายละเอียด :

แหวนนพสิทธิ์ฤทธิชัยมงคล รุ่น 2 เนื้อเงิน หัวหยกออสเตรเลีย ขนาด 1.8 เซ็น

“แหวนนพสิทธิ์ฤทธิชัยมงคล” เป็นแหวนมหาปราบที่รวมเทพศาสตาวุธอันทรงฤทธานุภาพยิ่งในสามโลก โดยประยุกต์การสร้างมาจาก “ แหวนนพสูรย์ ” ที่มีบันทึกอยู่ในตำรับการสร้างแหวนจักรพรรดิทั้ง 13 ชนิดของสำนักวัดประดู่ทรงธรรม พระนครศรีอยุธยา อาทิเช่น นิ้วเพชรพระอิศวร ดัชนีพระอุมา นาคีคำรณ อำนาจราชสีห์ รัศมีพระพุทธเจ้า กษัตริย์สามรี เป็นต้น ซึ่งนับวันยิ่งหาผู้ที่สร้างตามศาสตร์โบราณได้ยากเต็มที ซึ่งตำรับการสร้างแหวนนพสูรย์ของเดิมนั้นเป็นแหวนแก้คราสเคราะห์ หนุนดวงชะตา เสริมอำนาจวาสนาบารมี โดยมีการออกแบบแหวนให้สอดคล้องกับลักษณะการโคจรของดวงดาวบนท้องฟ้าตามหลัก โหราศาสตร์ ซึ่งเพกา (ที่จับยึดหัวแหวน) ทั้ง 9 เปรียบเสมือนดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ในระบบสุริยจักรวาล ที่โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์ โดยมีหัวแหวนซึ่งเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งหัวแหวนก็เปรียบเสมือนตัวเรา เพกาทั้ง 9 เปรียบเสมือนเทวดานพเคราะห์ทั้ง 9 ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาเสวยอายุ แต่เนื่องจากศาสตร์เดิมหาผู้รู้จริงทำได้ยาก จึงได้ประยุกต์มาเป็น “ แหวนนพสิทธิ์ฤทธิชัยมงคล ” แทน “ แหวนนพสิทธิ์ฤทธิชัยมงคล ” แม้จะไม่ได้สร้างขึ้นตามตำราของแหวนนพสูรย์ทั้งหมด เพราะบางอย่างเป็นเคล็ดที่ถ่ายทอดเฉพาะศิษย์ที่สืบสายวิชาโดยตรง แต่ทางผู้สร้างก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่พอจะทำได้เพื่อให้เกิดอิทธิคุณ สูงสุดตามที่ตำราระบุไว้ โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบรูปลักษณะของแหวน จัดหาโลหะที่จะมาทำหัวแหวนและตัวเรือน ตลอดไปจนถึงการลงแผ่นยันต์และชนวนมวลสารซึ่งเป็นมวลสารเฉพาะ รูปแบบของแหวนนพสิทธิ์ฤทธิชัยมงคล ได้ออกแบบมาเพื่อเน้นด้านอิทธิฤทธิ์ มหาอำนาจ มหาปราบ คุ้มครองดวงชะตา และส่งเสริมบารมีโดยเฉพาะ จึงได้ออกแบบให้รวมเทพศาสตราวุธอันทรงฤทธานุภาพยิ่งถึง 10 อย่างในวงเดียว คือ ๑. จักรแก้วพระพุทธเจ้า ๒. ตรีศูลพระศิวะ (เพกาทั้ง 9 ที่เหมือนกลีบบัว) ๓. เทพอาวุธทั้ง ๔ ของพระนารายณ์ ได้แก่ - ตรี - คฑา - จักร - สังข์ ๔. เทพอาวุธทั้ง ๕ ที่สามโลกยกย่อง คือ • วัชระพระอินทร์ • กระบองท้าวเวสสุวรรณ • เนตรพระยายมราช • ผ้าแดงอาฬวกยักษ์ • จักรพระนารายณ์ · ด้านหนึ่ง เป็นรูป ตรี คฑา จักร สังข์ (คฑา จะเห็นแต่ด้ามเนื่องจากโดนตรีบังอยู่) ซึ่งเป็นเทพอาวุธของพระนารายณ์ ผู้ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 4 มหาปราบโลก · ด้านหนึ่ง เป็นเทพศาสตราทั้ง 5 ประการ ที่ถือได้ว่าเป็นเทพอาวุธที่ร้ายแรงยิ่งของสามภพ คือ 1) สักกัสสะ วะชิราวุธัง คือ วัชระ (สายฟ้า) ของ พระอินทร์ 2) เวสสุวัณณัสสะ คะทาวุธัง คือ กระบอง ของ ท้าวเวสสุวรรณ 3) ยะมะนัสสะ นะยะนาวุธัง คือ นัยน์ตา ของ พระยายม ซึ่งมีอิทธิฤทธิ์ประดุจตาพระอิศวร เพ่งมองไป ณ ที่ใด จะมอดไหม้เป็นจุณ 4) อาฬะวะกัสสะ ทุสาวุธัง คือ ผ้าแพรแดงหรือผ้าโพกหัว (บางแห่งก็ว่าเป็นบ่วงบาศก์) ของ ท้าวอาฬวกยักษ์ จริงๆ แล้ว ทุสสาวุธ นี้มีลักษณะเป็นผืนผ้า - หากโยนขึ้นไปในอากาศ ก็จะทำให้ฝนแล้งถึง ๑๒ ปี - ถ้าทิ้งลงพื้นดิน ต้นไม้ต่างๆ ก็จะไหม้ทำลายถึง ๑๒ ปี - ถ้าทิ้งลงมหาสมุทร น้ำก็จะแห้งขอด - ถ้าทิ้งบนภูเขา แม้เขาสิเนรุมาศก็จะระเบิดกระจัดกระจายเป็นผุยผง 5) นารายะสะ จักกะราวุธัง คือ จักร ของ พระนารายณ์ (บางแห่งใช้ พุทธัสสะ ธัมมะจักกะวุธัง คือ ธรรมจักร ซึ่งถือว่าเป็น จักรแก้วพระพุทธเจ้า) ซึ่งก็คือ ที่มาของพระคาถาปัญจเทพอาวุธ สักกัสสะวชิราวุธธัง เวสสุวัณณัสสะคธาวุธธัง ยะมะนัสสะนัยยะนาวุธธัง อะฬะวะกัสสะทุสาวุธธัง นารายัสสะจักราวุธธัง ปัญจะอาวุธธานัง เอเตสังอานุภาเวนะ ปัญจะอาวุธธา ภัคคะ ภัคคา วิจุณณัง วิจุณณา โลมัง มาเมนะ พุทธะสันติ คัจฉะอะมุมหิ โอกาเสติฐาหิ แต่เนื่องจากจักรพระนารายณ์อยู่อีกด้านหนึ่งแล้ว จึงใส่ไว้แค่ 4 พอ ส่วนกระบองของท้าวเวสสุวรรณโดนวัชระของพระอินทร์ซ้อนทับอยู่จึงเห็นแต่ด้าม กระบองโผล่มาให้เห็น · ยอดแหวนประกอบด้วยเพกา (หนามเตย) 9 ยอด ทำเป็นรูปใบเสมาแทนดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ดวง ลงด้วย นวหรคุณ (หัวใจพระพุทธคุณ หรือ อิติปิโสเก้าห้อง) คือ “ อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ ” แทน คุณเก้าประการของพระพุทธเจ้า 1) อะระหัง หมายถึง เป็นผู้ดับเพลิงทุกข์ เพลิงกิเลสโดยสิ้นเชิง บทนี้ใช้ด้านกันไฟทั้งปวง 2) สัมมาสัมพุทโธ หมายถึง เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้ด้วยตัวพระองค์เอง บทนี้ใช้เป็นตบะเดชะเสริมสร้างสง่าราศี 3) วิชาจะระณะสัมปันโน หมายถึง เป็นผู้พร้อมด้วยวิชาและจรณะ บทนี้ใช้ด้านโภคทรัพย์โชคลาภ 4) สุคะโต หมายถึงเป็นผู้ดำเนินไปได้ด้วยดี บทนี้ใช้ในด้านการเดินทาง ทั้งทางบก น้ำ อากาศ 5)โลกะวิทู หมายถึง เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง บทนี้ใช้ภาวนาเมื่อเข้าป่าหรือที่มืด 6) อนุตตโร ปุริสะทัมมะสารถี หมายถึง เป็นผู้ฝึกบุรุษผู้ควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า บทนี้ใช้ทางมหาอำนาจ ตวาดผี 7) สัตถาเทวะมนุษานัง หมายถึง เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บทนี้ใช้ทางเมตามหานิยม สมณะ ขุนนางเอ็นดู 8) พุทโธ หมายถึง ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน บทนี้ใช้ภาวนาอารมณ์ ทำให้ไม่ตกต่ำอับจน 9) ภะคะวาติ หมายถึง เป็นผู้จำเริญ จำแนก ธรรม สั่งสอนสัตว์ดังนี้ บทนี้ใช้ในทางป้องกันภยันอันตรายอันจะกระทำแก่เรา ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์อมนุษย์ อสูรกาย สัตว์เดียรฉาน ป้องกันการประทุษร้ายเหล่านั้นได้ทั้งสิ้นแล · ระหว่างตัวเพกาทั้ง 9 กับตัวเรือนแหวนจะคั่นด้วยลายเหลี่ยมเล็กๆ ล้อมรอบเหมือนกงจักร แทน จักรแก้วของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีอานุภาพอยู่เหนือเทพศาสตราวุธทั้งมวล เมื่อรวมองค์ประกอบต่างๆ แล้ว จึงเป็นที่มาของชื่อ “ แหวนนพสิทธิ์ฤทธิชัยมงคล” โดย “ นพ ”ในที่นี้มาจาก “ นพเคราะห์ ” แทนดาวเคราะห์ประจำวันทั้ง 9 ที่ให้คุณและโทษแก่เจ้าของเรือนชะตา “ สิทธิ์ ” มาจาก “ สิทธิ ” คือ เจ้าของ หมายถึง หัวแหวนที่แทนตัวเจ้าของแหวน เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์สถิตย์อยู่กลางจักรราศี “ ฤทธิ ”มาจาก “ ฤทธิ์ ” หมายถึง อิทธิฤทธิ์ อำนาจ อันเกิดจากเทพศาสตราวุธทั้งปวง “ ชัยมงคล ” มาจาก “ ชัยมงคลคาถา (พาหุงฯ) ” ที่กล่าวถึงชัยชนะของพระพุทธเจ้า แม้แต่ผ้าแดงของอาฬวกยักษ์ 1 ใน 5 สุดยอดอาวุธที่แม้แต่สามโลกยังต้องเกรง ก็ยังพ่ายแพ้แก่พุทธบารมีของพระพุทธเจ้า หลังจากได้สร้างแหวนนพสิทธิ์ฤทธิชัยมงคลครั้งแรกเมื่อปี 2555 เพื่อถวาย ลป.ดี ธัมมธีโร วัดสุทธาราม (ในขณะนั้น) ตอนนั้นสร้างตามจำนวนจอง ซึ่งก็มีคนจองไว้ไม่มากนัก แต่หลังจากแหวนได้แจกจ่ายไปยังผู้จองเรียบร้อย ก็มีประสบการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายเป็นประวัติการณ์ จนทำให้มีผู้ที่ต้องการอยากได้เป็นจำนวนมาก ทำให้แหวนรุ่นแรกนั้นมีราคาที่สูงมากจนน่าตกใจ หลายๆ ท่านก็อยากให้ทำรุ่นใหม่ แต่ก็ยังไม่มีวาระอันควร จนท่านพระอาจารย์มานิตย์ วัดสะแก ท่านเห็นแหวนนพสิทธิ์ฯ ที่ใส่อยู่ประจำ จึงต้องการทำแหวนให้หลวงน้าใย วัดสะแก ท่านอธิษฐานจิตสักรุ่นหนึ่ง จึงเป็นที่มาของการสร้างแหวนนพสิทธิ์ฤทธิชัยมงคล รุ่น 2 ในครั้งนี้ สำหรับแหวนนพสิทธิ์ฤทธิชัยมงคลที่สร้างเป็นรุ่น 2 ในครั้งนี้ มีด้วยกัน 2 เนื้อคือ 1. เนื้อเงิน 2. เนื้อสัตตโลหะ และมี 2 รูปแบบคือ แบบที่ 1 ท้องแหวนเป็นยันต์เฑาะว์มหาพรหม แบบเดียวกับรุ่นแรก แบบที่ 2 ท้องแหวนเป็นยันต์นะซ่อนหัว ตำรับ ลป.ดู่ พหมปัญโญ วัดสะแก สำหรับหัวแหวนมีด้วยกัน 3 ชนิด คือ 1. หัวเมฆสิทธิ์ (หัวเกลี้ยงจารยันต์ ทำไว้ตั้งแต่สร้างแหวนนพสิทธิ์ฯ ครั้งแรก มีอยู่แค่ 100 หัว) 2. หัวหยก เป็นหยกเขียวจากออสเตรเลีย 3. หัวนิลกินเหล็ก (ติดเหล็ก) จากเมืองกาญจน์ เป็นนิลแท้ๆ แต่มีคุณสมบัติพิเศษที่แม่เหล็กดูดติด 4. หัวแร่กายสิทธิ์ (ไม่ได้เปิดจอง) เป็นการเอาแร่กายสิทธิ์หลายชนิดมาหลอมรวมกับทองแดง เงิน และพลวง เช่น แร่เกาะล้าน แร่เขาเขียว แร่เขาอึมครึม แร่เขาพรหมชะแง้ แร่บางไผ่ เหล็กไหลลพ.หวล เมฆสิทธิ์ เมฆพัตร ปรอท เหล็กน้ำพี้ ไหลน้ำพี้ ขวานฟ้า เป็นต้น เนื่องจากแหวนนพสิทธิ์ฤทธิชัยมงคลนี้เป็นแหวนมงคลชั้นสูง และมีเคล็ดการสร้างเฉพาะ ดังนั้นชนวนที่นำมาหล่อหลอมแหวนจึงมีความพิเศษกว่าการสร้างแหวนธรรมดาทั่วไป ชนวนที่ใช้ต้องให้เกี่ยวเนื่องกับรูปลักษณ์และความหมายของแหวนนี้โดยตรง โดยแผ่นยันต์และตะกรุดก็เลือกเฉพาะพระยันต์ชั้นสูง เช่น ดวงพิชัยสงคราม (ลงดวงตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า) ยันต์มหาจักรพรรดิตราธิราช ยันต์โสฬสมงคล ยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้า ยันต์บารมี 30 ทัศน์ ยันต์พุทธนิมิตร เป็นต้น นอกจากนี้เพื่อให้เกิดผลอิทธิคุณตามรูปลักษณ์ของแหวน ซึ่งออกไปทางมหาปราบ มหาอำนาจ เสริมวาสนาบารมี และหนุนดวง จึงต้องเสาะหาชนวนที่ให้คุณในแต่ละด้านโดยเฉพาะ 1. ทางหนุนดวง เช่น ดวงพิชัยสงครามที่ลงดวงตรัสรู้ ยันต์หนุนดวง พระประจำวันเกิดทั้ง 9 (รวมปางเลไลย์ พระประจำวันพุธกลางคืน) เทวดานพเคราะห์ทั้ง 9 องค์จตุคาม-รามเทพ ราหู (สุริยประภา-จันทรประภา) 12 นักษัตร ดาวฤกษ์ จักรราศี พลังจักรวาล เหรียญตานใช้ตานแทน เป็นต้น 2. ทางคุ้มครองป้องกัน เช่น ยันต์เกราะเพชร (ตำรับ ลป.ศุข) ยันต์เกราะเพชรพระเจ้า 16 พระองค์ ยันต์อิติปิโส 8 ทิศ ยันต์นาคเกี้ยว เทวดาประจำทิศทั้ง 8 โพธิ์บังภัย ลูกอมมหากัน ยันต์ชินบัญชรเป็นต้น 3. ทางด้านมหาอำนาจ-มหาปราบ เช่น ยันต์มหาพิชัยสงคราม (ตำรับ ลพ.ฤาษีฯ) ยันต์มหาปราบ มหาระงับ พาหุงฯ 4 มหาปราบ (พระนารายณ์ หนุมาน พาลี สุครีพ) ตะกรุด 4 มหา พระไพรีพินาศ เสือ สิงห์ ราชสีห์ พญาฉัททันต์ เป็นต้น 4. พวกเทพต่างๆ เนื่องจากมีอาวุธเทพปรากฏอยู่ในแหวน จึงต้องหารูปลักษณ์เพื่อน้อมนำบารมีขององค์มหาเทพต่างๆ เช่น พระตรีมูรติ พระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม พระพิฆเนศ พระสยามเทวาธิราช พระอินทร์ ท้าววิษณุกรรม ท้าวเวสสุวรรณ ท้าวจตุโลกบาล หัวใจเทพแต่ละองค์ 5. อาวุธเทพต่างๆ เช่น เทพอาวุธทั้ง 5 (ปรากฏอยู่ในเหรียญนารายณ์ 10 กรมหาปราบ) ยันต์เทพอาวุธทั้ง 5 อาวุธทั้ง 4 ของพระนารายณ์ (ตรี คฑา จักร สังข์) ตรีศูลพระศิวะ กระบองท้าวเวสสุวรรณ ขวานรามสูร พระขรรค์เทวดา พระขรรค์เพชรพระพุทธเจ้า จักรแก้วพระพุทธเจ้า ธรรมจักร รัตนจักร กิมกังซู่ (วัชรปาณี) อาวุธของพระโพธิสัตว์ เป็นต้น 6. ทางโภคทรัพย์ เช่น พระเศรษฐีนวโกฏิ พระสังกัจจายน์ พระสิวลี จักรพรรดิรัตนเจ็ด (สมบัติของพระมหาจักรพรรดิ) ยันต์จตุโร จินดามณี ยันต์โภคทรัพย์ พระสังข์เรียกทรัพย์ 7. ทางเมตตามหานิยม เช่น นะหน้าทอง นะหน้าสิงห์ สาลิกา นะฤาชา นะฤาชัย ตะกรุดเมตตา ตะกรุดโมรปริตร เป็นต้น 8. ทางรักษาโรค เช่น เหรียญทำน้ำมนต์ต่างๆ อาทิ เหรียญทำน้ำมนต์พระไภสัชคุรุ เหรียญทำน้ำมนต์ ลป.ศรี มหาวีโร เหรียญทำน้ำมนต์ครูบาตั๋นปุญโญ เหรียญทำน้ำมนต์ปิดตาพังพการ เป็นต้น 9. ชนวนอาถรรพ์ เช่น ตะปูสังขวานร เกศและเศียรพระพุทธรูปชำรุด เงินพดด้วง ทองจังโก๋ ประแจทองเหลืองโบราณ (เป็นเคล็ดสะเดาะผ่านตลอด) เข็มโลกธาตุ (เป็นเคล็ดแทงทะลุตลอดปลอดโปร่ง) 10. แร่ต่างๆ เช่น เหล็กน้ำพี้ โคตรเหล็กไหล แร่โคตรเศรษฐี แร่ดูดทรัพย์ วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคมนี้ (วันออกพรรษา) 2556 จะหล่อแหวนนพสิทธิ์รุ่น 2 ณ โรงหล่อช่างวิษณุ ลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยา โดย อ.ธรรมนูญ บุญธรรม เป็นเจ้าพิธีบวงสรวง เวลา 10.00 น. และเททองเวลา 12.00 น. (เที่ยงตรง) โดยวันที่ 19 นี้เป็นวันที่ฤกษ์ดีมาก เป็นวันพระใหญ่ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันสูญเดือนสูญ คือเป็นวันสุดท้ายของเดือน เพราะวันรุ่งขึ้นก็จะเป็นวันใหม่เดือนใหม่ ซึ่งทางไสยศาตร์ถือว่าเป็นฤกษ์ที่เหมาะแก่การสะเดาะถอดถอน ล้างอาถรรพ์ทั้งปวง ซึ่งก็ตรงกับอานุภาพของอาวุธที่ปรากฏในแหวนที่มีอานุภาพทำลายล้างสิ่งไม่ดี ต่างๆ และก็ให้พอดีตรงกับวันออกพรรษาพอดี จึงถือว่าออกจากทุกข์จากโศก จากโรคภัยทั้งปวง เป็นฤกษ์ที่เหมือนออกจากที่มืดสู่ที่สว่าง ตายแล้วเกิดใหม่ ซึ่งตรงกับอานุภาพของแหวนที่ช่วยหนุนดวงขะตา อีกทั้งในทางไสยศาสตร์แล้ว บางแห่งเขาก็ถือว่าวันเสาร์ขึ้น 15 ค่ำ ถือเป็นเสาร์ 5 ใหญ่ด้วย คือไม่จำกัดว่าจะต้องวันขึ้น 5 ค่ำ หรือแรม 5 ค่ำเท่านั้น จึงถือได้ว่าวันเสาร์ที่ 19 นี้เป็นวันดีมากๆ นอกจากนี้ วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคมนี้ยังตรงกับฤกษ์พรหมประสิทธิ์ ดิถีอมฤตโชค ซึ่งปกติในแต่ละฤกษ์นั้น จะมีชัยโชค สิทธิโชค มหาสิทธิโชค อมฤตโชค ราชาโชค แล้วก็จะมีพวกฤกษ์สมตน กาลกิณี มรณะ เมื่อสรุปลงมาอย่างน้อยวันหนึ่งต้องมี ๓ ฤกษ์ ก็คือ สิทธิโชค มหาสิทธิโชค อมฤตโชค ฤกษ์เหล่านี้จะให้ผลในด้านดีเท่านั้น ดิถีมงคล ๕ ประการ โบราณถือกันมาก ๑. ดิถีอมฤตโชค วันไม่ตาย เป็นวันทิพย์ เป็นดิถีดีที่สุด เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานทั่วไปเกี่ยวกับความราบรื่นและสบาย ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม แต่ที่นิยมถือกันว่าข้างขึ้น ดีกว่าข้างแรม แต่อย่างไรก็ตาม ข้างแรมก็ใช้ได้ ให้คุณเช่นกัน ๒. ดิถีมหาสิทธิโชค วันให้ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เป็นดิถีที่ดีรองลงมา เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานสำคัญที่เป็นโครงการระยะสั้น ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม แต่ที่นิยมถือกันว่าข้างขึ้น ดีกว่าข้างแรม แต่อย่างไรก็ ตามข้างแรมก็ใช้ได้ ให้คุณเช่นกัน ๓. ดิถีสิทธิโชค วันให้ความสำเร็จ วันโชคดี วันให้ลาภผล เป็นดิถีที่ดีรองลงมา เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานที่เป็นโครงการระยะยาว ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม แต่ที่นิยมถือกันว่าข้างขึ้น ดีกว่าข้างแรม แต่อย่างไรก็ตาม ข้างแรมก็ใช้ได้ ให้คุณเช่นกัน ๔. ดิถีชัยโชค วันแห่งชัยชนะ วันทำให้เกิดความภูมิใจ วันได้รับความสำเร็จจากการต่อสู้ เป็นดิถีที่ดีรองลงมา เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานที่ต้องต่อสู้แข่งขันหรือรบทัพจับศึก ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม ๕.ดิถีราชาโชค วันได้รับชัยชนะด้วยบารมี เป็นดิถีที่ดีรองลงมา เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานที่ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม เครดิต: ข้อมูลจากเพจพลังจิต

ชื่อร้าน :
เบอร์โทรศัพท์ :
0891435795Line:boonchx
จำนวนผู้ชมขณะนี้ :
1
ส่วนท้ายกรอบรายการเครื่องรางมาตราฐานล่าสุด
ส่วนหัวของกรอบ Banner
ส่วนหัวของกรอบ Banner